โครงสร้างใดมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับ amoeboid movement และการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อ

การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต

สิ่งมีชีวิตมีการเคลื่อนไหว และ เคลื่อนที่แตกต่างกัน โดยอาศัยโครงสร้างที่ช่วยในการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน เช่น สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวอาศัยโครงร่างค้ำจุนของเซลล์ (Cytoskeleton) ช่วยในการเคลื่อนที่ ส่วนคนและสัตว์มีกระดูกสันหลังเคลื่อนที่โดยอาศัยการทำงานร่วมกันของโครงกระดูก กล้ามเนื้อ และข้อต่อ

การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว:

อาศัยโครงร่างค้ำจุนภายในเซลล์เพื่อให้เซลล์คงรูปร่าง เรียก โครงสร้างเหล่านี้ว่า  ไซโทสเกเลตอน (Cytoskeleton)
ไซโทสเกเลตอน (Cytoskeleton)::  คือโครงสร้างภายในเซลล์ ประกอบด้วยเส้นใยที่ประสานกันเป็นร่างแห แทรกตัวอยู่ภายใน cytoplasm ทำหน้าที่เป็นโครงร่างภายในเพื่อรักษารูปทรงหรือเปลี่ยนรูปทรง และทำให้เกิดการเคลื่อนไหวภายใน cytoplasm และการเคลื่อนที่ของเซลล์บางชนิด

ภาพ โครงสร้างของไซโทสเกเลตอนภายในเซลล์

ไซโทสเกเลตอน (Cytoskeleton)  ประกอบด้วย  

      1. ไมโครทูบูล (Microtubule) เป็นท่อตรงและกลวงประกอบด้วย tubulin protein ชนิด alpha-tubulin 
           และ Bata-tubulin ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 nm
      2.  ไมโครฟิลาเมนท์ (Microfilament)  เป็นเส้นใยทึบ 2 สายพันกันเป็นเกลียว ประกอบด้วย Actin Protein
      3.  ประกอบด้วยมัดของหน่วยย่อยโปรตีนที่พันกันเป็นเกลียว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6-12  nm            
           ประกอบด้วยโปรตีนหลายชนิด แล้วแต่ชนิดของเซลล์  เช่น keratin

ภาพเปรียบเทียบ ไซโทสเกเลตอนทั้ง 4 ชนิด

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่เคลื่อนที่โดยอาศัยเท้าเทียม (pseudopodium) ได้แก่

อะมีบา:: เคลื่อนที่โดยอาศัยการไหลของไซโทรพลาสซึม หรือเท้าเทียม (Pseudopodium(ชูโดโพเดียม)โดยการที่ไซโทรพลาสซึมจะไหลได้นั้นเกิดขึ้นจาก 3 ส่วนด้วยกัน คือ
         1.   เอ็กโทพลาสซึม (Ectoplasm) เป็นไซโทรพลาสซึมที่อยู่ข้างนอก มีลักษณะเป็นสารกึ่งแข็งกึ่งเหลว
                เรียกว่า เจล (gel)
         2.   เอ็นโดพลาสซึม (Endoplasm) เป็นไซโทรพลาสซึมทีอยู่ด้านในมีลักษณะค่อนข้างเหลว
               เรียกว่า  โซล (sol)
         3.  ไมโครฟิลาเมนท์

การเกิดเท้าเทียม เกิดจาก  การแยกตัวและรวมตัวของโปรตีนแอกติน ในไมโครฟิลาเมนท์ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของไซโทรพลาซึม ดังนี้

  1. ทำให้เอนโดพลาสซึมไหลไปในทิศทางที่อะมีบาจะเคลื่อนที่แล้วปรับสภาพเป็นเอ็กโทพลาสซึม
  2. ส่วนเอ็กโทรพลาสซึมที่อยู่ด้านท้ายจะกลายเป็น เอนโดพลาซึม เป็นของเหลวไหลมาแทนที่เอนโดพลาสซึมที่เคลื่อนไปแล้ว
ภาพ การไหลของไซโทรพลาซึมของอะมีบา

ชมวิดีโอการเคลื่อนที่ของอะมีบา

สิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่โดยอาศัยซิเลียและแฟกเจลลัม

ได้แก่ยูกลีนา เคลื่อนที่โดยอาศัยการโบกพัดของแฟลเจลลัม (Flagellum) และ พารามีเชียม เคลื่อนที่โดยอาศัยการโบกพัดซิเลีย (Cilia)

โครงสร้างของซิเลีย และ แฟกเจลลัม

     พบว่าภายในค้ำจุนด้วยไมโครทูบูล เรียงตัวเป็นวง 9 กลุ่ม กลุ่มละ 2 หลอด ตรงแกนกลางมีอีก 2 หลอดโดยไมโครทูบูลที่เรียงอยู่ตรงกลางจะมีเยื่อหุ้มเซลล์ล้อมรอบ ส่วนไมโครทูบูลที่เรียงเป็นวงอยู่โดยรอบจะมีโปรตีน ไดนีน (Dynein) เป็นเสมือนแขนที่เกาะกับไมโครทูบูล เรียกว่า ไดนีนอาร์ม (Dynein arm) ซึ่งโครงร่างค้ำจุ้นเหล่านี้ช่วยให้ซิเลีย และแฟลเจลลัม โค้งงอและสามารถโบกพัดได้

บริเวณโคนของแฟลเจลลัมและซิเลียจะยึดติดโดยครงสร้างภายในเซลล์ที่เรียกว่า เบซัลบอดี
(Basal body) หรือไคนีโทโซม (Kinetosome) ซึ่งถ้าลองตัดส่วนนี้ออกพบว่าซิเลีย และแฟคเจลลัมจะเคลื่อนไหวไม่ได้ โดยโครงสร้างภายในของเบชัลบอดีค้ำจุนด้วยไมโครทูบูล เรียงตัว 9 กลุ่ม กลุ่มละ 3 หลอด

ภาพ เปรียบเทียบภาคตัดขวางของแฟกเจลลัม กับ เบซัลบอดี

ชมวิดีโอการเคลื่อนที่โดยใช้ซิเลีย และ แฟกเจลลัม

โครงสร้างใดมีความเกี่ยวข้องกับ amoeboid movement

ภายในไซโทพลาซึมมีไมโครฟิลาเมนต์ เป็นเส้นใยโปรตีนแอกทินและไมโอซิน ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ทำให้เอนโดพลาซึมไหลไปมาภายในเซลล์ได้และดันเยื่อหุ้มเซลล์ให้โป่งออกมาเป็นขาเทียม (pseudopoda) ทำให้อะมีบาเคลื่อนไหวได้ เรียกว่า การเคลื่อนไหวแบบอะมีบา (amoeboid movement)

โครงสร้างใดที่ช่วยในการเคลื่อนที่ของเซลล์แบบ amoeboid movement

การเคลื่อนที่แบบอะมีบา (amoeboid movement) อะมีบาไม่มีโครงสร้าง ที่ใช้ในการเคลื่อนที่โดยเฉพาะ แต่จะเคลื่อนที่โดยการไหลของไซโทพลาซึมเป็น เท้าเทียม(pseudopodium)

โครงสร้างใดที่จำเป็นต่อการเคลื่อนที่ของยูกลีนา

ยูกลีนาใช้ flagella พัดโบกมาทางข้างหลังแล้วดันตัวของมันไปข้างหน้า ทำให้ยูกลีนาเคลื่อนตัวไปข้างหน้า การเคลื่อนที่ของยูกลีนาแบบนี่เรียกว่า Euglenoid movement.

ข้อใดมีการเคลื่อนที่แบบ amoeboid movement

การเคลื่อนที่แบบอะมีบา, ลักษณะการเคลื่อนไหวโดยอาศัยการไหลของไซโทพลาซึมไปรวมกันด้านใดด้านหนึ่ง ทำให้เซลล์ด้านนั้นโป่งออกเป็นซูโดโปเดียมและทำให้เซลล์เคลื่อนที่ไปจากจุดเดิมได้ เช่น การเคลื่อนที่ของอะมีบา เซลล์เม็ดเลือดขาว เป็นต้น [พจนานุกรมศัพท์ สสวท.]

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

Toplist

โพสต์ล่าสุด

แท็ก